เคลือบแก้วกับเคลือบเซรามิค  มีความเหมือนหรือต่างกันยังไง และเราจะเคลือบอะไรดี ?

เคลือบแก้ว เอาที่เข้าใจกันแบบง่ายๆ ก็คือ การนำสาร SiO2 (ซิลิก้า) มาเคลือบบนผิวรถ ซึ่งเคลือบแก้วในตลาดส่วนใหญ่ล้วนผลิตจาก SiO2 ซึ่งถือเป็นกลุ่มสารประกอบที่อยู่ในกลุ่มของ Ceramic ดั้งเดิม ( Traditional Ceramics ) โดยในทางอุตสาหกรรมนิยมนำไปผลิตแก้ว จึงเป็นที่มาของคำว่า เคลือบแก้ว ที่เรียกกันติดปากในปัจจุบัน ซึ่งจะเห็นว่าในทาง Marketing หลายแบรนด์อาจจะสร้างความแตกต่างด้วยการ ขายด้วยคำว่า เคลือบเซรามิค ก็ไม่ถือว่าผิด หรือบางแบรนด์อาจจะยังคงใช้คำว่า เคลือบแก้ว ก็ได้เช่นกัน เนื่องจากเป็นสารตัวเดียวกันนั่นเอง

เคลือบแก้วและเคลือบเซรามิคมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ เคลือบเซรามิคที่ผลิตจาก Silicon Carbide : SiC ( ซิลิก้อน ) ที่มีคุณสมบัติที่ต่างจาก SiO2 ( ซิลิก้า ) อย่างชัดเจน และไม่ได้เป็นสารที่นำมา ผลิตแก้ว และด้วยคุณสมบัติ ไม่ว่าจะเป็นความแข็งที่ห่างกันอย่างมาก การเรียงตัวของโมเลกุลที่เป็นระเบียบและจับตัวกันแน่นกว่า การทนความร้อน การเฉื่อยต่อปฏิกิริยาเคมี และคุณสมบัติอีกหลายประการที่ต่างกัน ผลิตภัณฑ์เคลือบเซรามิคที่ใช้ในอีกหลายๆวงการ อาทิเช่น เคลือบเซรามิคหลังคาเพื่อลดความร้อนอาคาร, เคลือบเซรามิคท่อไอเสียป้องกันความร้อน, เบ็ดตกปลา Hi-End ราคาหลักแสนที่ต้องการความแข็ง ยืดหยุ่น และความเงา หรือแม้แต่เพชร โมซ่า ก็ยังผลิตจาก SiC หรือแม้กระทั่งการเคลือบเซรามิคกับสีรถยนต์เองก็ยังมีจากที่ผลิตจาก SiC

จึงสรุปได้อย่างชัดเจนว่า “เคลือบเซรามิค SiC ไม่เหมือนกับเคลือบแก้ว SiO2 ด้วยสารที่แตกต่างกัน คุณสมบัติแตกต่างกัน แต่ใครจะเรียกขนานนามยังไงก็เป็นเทคนิคทางการตลาดของแต่ละคนนะครับ”

Reference คุณสมบัติ SiC ( ซิลิกอน คาร์บาย ) = http://www.netfisic.eu/en/netfisic-for-all/netfisic-.html

 

เคลือบเซรามิคดีอย่างไร

คงมีหลายๆท่านเคยได้ยินสรรพคุณ ข้อดีต่างๆของเคลือบเซรามิค จนเคลือบเซรามิคกลายเป็นสิ่งวิเศษราวกับเป็นนวัตกรรมจากโลกอนาคต อาทิ เช่น กันรอยขีดข่วน 100%, กันสะเก็ดหิน 100%, เงาใสตลอดชีพ, กันฝุ่น, กันขี้นก ได้สบายทิ้งไว้เลยเป็นอาทิตย์ๆ ก็ไม่เป็นไร เป็นต้น คงต้องบอกว่า เคลือบเซรามิคที่ทางเรารู้จักและศึกษามาทั้งจากข้อมูลในไทยและต่างประเทศ ยังไม่เห็นเคลือบเซรามิค หรือ Ceramic Coating, Crytal Coating ใด ในโลกมีคุณสมบัติดังกล่าว แต่จริงๆแล้ว เคลือบเซรามิค คือ สิ่งที่มาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนที่มีเวลาดูแลรถน้อย รวมถึงต้องการให้รถของท่านได้รับการดูแลที่ดีที่สุด โดยจะขอสรุปคุณสมบัติของเคลือบเซรามิคโดยมีรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้

  • เงาและใส เหมือนลง Wax ทนนานอย่างน้อย 1-7 ปี ( ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้และคุณสมบัติของสารประกอบของผลิตภัณฑ์)
  • ป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีขึ้นจากเดิม 2-4 เท่า ด้วย 2 คุณลักษณะเด่น คือ เพิ่มความแข็ง ( Quartz =7H, SiC = 9H Mohs scale ) และลดค่าแรงเสียดทานบนผิวรถ
  • กันขี้นก, ยางไม้ได้ดี  ด้วยชั้น Ceramic ที่เพิ่มขึ้นเหนือชั้นแลคเกอร์ทำให้ ขี้นกที่มีความเป็นกรดสูง ต้องใช้เวลานานขึ้นในการกัดกร่อนรวมถึงปกป้องชั้นแลคเกอร์ให้ปลอดภัย
  • ป้องกันการยึดติด คราบยางมะตอย, คราบแมลงและคราบโคลนต่างๆ สามารถเช็ดออกได้โดยง่าย
  • ป้องกันรังสี UV และทนทานต่อสารเคมีที่จะมาทำลายผิวรถ
  • เพิ่มคุณสมบัติ Self Cleaning ( ทำความสะอาดตัวเอง) ให้กับผิวรถทำให้ฝุ่นหรือคาบสกปรกเกาะติดยากและทำความสะอาดออกโดยง่าย
  • เพิ่มความลื่นพร้อมคุณสมบัติ Hydrophobic ( การไล่น้ำ ) ชั้นเคลือบมีความเรียบเนียนและมีผิวที่ยืดหยุ่นสูงขึ้น

ก็คงต้องบอกว่าคุณสมบัติจริงๆแล้วอาจจะไม่ได้เว่อร์และดูเป็นเทคโนโลยีจากต่างดาวมากนัก แต่การเคลือบเซรามิคสามารถป้องกันและลดโอกาสการสูญเสียความงามจากตัวรถที่คุณรักได้ ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย หรือแม้กระทั่งคาบน้ำต่างๆ สารเคมี ขี้นก ยางมะตอย ทำให้การดูแลรถของท่านง่ายขึ้นโดยไม่ต้องไปเสียเวลาขัดสี เคลือบสีบ่อยๆ และถ้าหากอยากเพิ่มความเงาก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์เคลือบสีเคลือบทับไปได้อีกตามต้องการ อย่าลืมนะครับ ศึกษาข้อมูลให้รอบก่อนตัดสินใจ เพราะเราต้องการให้คุณทำแล้วดูแลรถได้ง่ายขึ้น!!!

อ้างอิงรูปภาพจาก – http://lustrdetail.com/optimum-opti-coat/

บทความโดย : Torpong Opti-Coat Thailand